ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > Case study เกี่ยวกับเรื่องไก่ป...

Case study เกี่ยวกับเรื่องไก่ปล้ำมาแล้วขาอ่อนครับ


 เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เคยได้ยินมาบ่อยๆ รวมทั้งเจอกับตัวเองมาแล้วครับ

ไก่หลังปล้ำบาดแผลไม่มาก ไม่มีอาการแข้งขาเจ็บให้เห็นชัดๆแต่อย่างใด กินข้าวกินน้ำปกติ ต่อมาวันรุ่งขึ้นพบนอนลุกไม่ขึ้น ขาอ่อน เห็นอาการข้อขาอักเสบ คล้ายๆจะบวมเล็กน้อย เลยให้ยาลดอักเสบหลังชน(ยี่ห้อที่มีขายสำหรับไก่ชน)และวิตามินติดต่อกันหลายวันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ระยะหลังๆขี้ไก่จะมีสีขียวๆขาวๆ ไก่ยังคงกินอาหารและน้ำได้ เป็นมาประมาณ1เดือนแล้ว กล้ามเนื้อหน้าอกหายไปมา ไก่ผอม ไม่มีสถาพ

อยากทราบวิธีแก้ไข ...เนื่องจากเป็นตัวเก่งตัวรัก เจ้าของขอแค่รอดไว้ทำพ่อก็ดีใจแล้ว



ผู้ตั้งกระทู้ Admin (panlert001-at-yahoo-dot-com) กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2012-01-08 11:45:56 IP : 101.108.18.229


[1]

ความเห็นที่ 1 (1463911)

 เพิ่มเติมกลุ่มอาการคล้ายๆกันที่เคยเจอมานะครับ

บางครั้งไก่ครอบเลี้ยงทำเนื้อทำตัวอยู่เฉยๆ สุขภาพปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้ปล้ำก็เป็นอาการแบบนี้ ตื่นเช้ามาเปิดมุ้งก็เห็นนอนลุกไม่ขึ้น บางตัวลุกเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ลงนอน ทำอาการคล้ายๆข้อขาเจ็บ ข้อขาอ่อน ถ้าสังเกตุดีดีจะเห็นไก่ขนลุกฟู ดูหน้าตาแดงปกติ ไก่ยังดูอาการปกติ ถ้าจับดูตัวจะมีอาการตัวร้อน แสดงถึงการเป็นไข้ ........ถ้าไม่รักษา รักษาช้า หรือ รักษาไม่ถูกจุด ไก่จะเริ่มซึม ไม่กินอาหาร กระเพาะไม่ย่อย อาจมีอาการตาเจ็บ น้ำตาไหล ต่อจากนั้นจะมีขี้เขียวขี้ขาว ถ้าไม่รักษาไก่ส่วนใหญ่จะตายหลังจากนั้นไม่นาน ถ้าไม่ตายไก่จะผอมแห้งจนหมดสภาพไม่สามารถเคลื่อนตัวไปกินน้ำกินอาหารได้ สุดท้ายก็จะตายด้วยสภาพขาดอาหาร

บางตัวหายจากการติดเชื้อ ไม่ตาย กลับมากินอาหารน้ำได้ตามปกติ แต่ไก่ไม่สามารถลุกเดินได้ ได้แต่นอนกิน ไก่พวกนี้ต่อมามักจะมีบาดแผลตามหน้าอก ข้อพับ และสุดท้ายถ้าคนเลี้ยงดูแลไม่ถึงไก่ก็จะตายจากการติดเชื้อจากบาดแผลเหล่านี้

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (panlert001-at-yahoo-dot-com)ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-08 12:04:45 IP : 101.108.18.229


ความเห็นที่ 2 (1464090)

 

 การรักษาแบบผิดๆที่เคยพบโดยส่วนใหญ่

โดยปกติในวันแรกๆหลังจากไก่ลุกไม่ขึ้น ไก่จะยังไม่แสดงป่วยอื่นๆให้เห็น คนเลี้ยงจะเห็นเพียงอาการลุกไม่ขึ้นเท่านั้น ไก่ยังคงหน้าแดง ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆดี (จิกโน่นจิกนี่ใกล้ๆตัวคล้ายไก่ปกติ)

เมื่อคนเลี้ยงเห็นดังนี้จึงคิดว่าไก่เป็นโรคขาอ่อน ...แล้วจะขาอ่อนจากสาเหตุใดล่ะ? ถ้าไม่ใช่ขาดแคลเซี่ยม เพราะวันก่อนไก่ยังอาการดีๆอยู่เลย และถึงตอนลุกไม่ขึ้นแล้วไก่ก็ยังดูปกติ กินอาหารน้ำได้อยู่......ต้องเกิดจากขาดแคลเซียมแน่นอน เพราะแคลเซี่ยมทำให้กระดูกแข็งแรง ขาก็ต้องแข็งแรง ขาดแคลเซี่ยมกระดูกไม่แข็งแรง ขาไม่แข็งแรง ดังนั้นไก่จึงยืนไม่ได้!!..........

จากนั้นคนเลี้ยงก็จัดการหาแคลเซี่ยมสำหรับหมา สำหรับไก่ หรือกระดูกป่น ฯลฯ ตามแต่จะหาได้มาให้ไก่กิน และมักจะพ่วงวิตตามินรวมยี่ห้อต่างๆมาด้วย........

หลังจากไก่ได้รับแคลเซี่ยมไปสองสามวัน ไก่ก็ยังลุกไม่ขึ้น ซ้ำร้ายตอนนี้ไก่เริ่มซึม ไม่ค่อยกินอาหาร อาหารเริ่มไม่ย่อย ขี้เริ่มมีสีเขียวสีขาวให้เห็น........เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วคนเลี้ยงบางคนเริ่มไหวตัวว่าสาเหตุน่าจะมาจากการติดเชื้อบางอย่าง จึงให้ยาปฎิชีวนะตามแต่จะเคยมีประสบการณ์ว่าใช้แล้วดี มาให้ไก่กิน...ซึ่งบางตัวก็หาย บางตัวไม่หาย ..(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคนเลี้ยงว่าจะไหวตัวไวแค่ไหน ตัวยาที่ใช้ และความแข็งแรงของตัวไก่แต่ละตัว ประกอบกัน)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (panlert001-at-yahoo-dot-com)ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-09 11:47:31 IP : 101.108.23.175


ความเห็นที่ 3 (1464483)

 

 ความเสียหายจากการรักษาไม่ตรงจุดนี้ทำให้เราเสียไก่ตัวดีๆไปเยอะ ทั้งนี้ถ้าเรารู้และเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง และขบวนการก่อโรคแล้วเชื่อว่าไก่ตัวรักของเราหลายๆตัวคงไม่ต้องจากไปก่อนเวลาอันควร

 

ตรงนี้จะขอพูดเรื่องการขาดแคลเซี่ยม ว่ามีเหตุผลใดสนับสนุนว่าการขาดแคลเซี่ยมไม่ใช่สาเหตุของอาการขาอ่อน...

ประการแรก โดยปกติการขาดแคลเซี่ยมจนมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูก กระดูกอ่อน กระดูกบางจนรับน้ำหนักตัวไก่ไม่ไหว ไก่ไม่สามารถยืนได้นั้น ถ้าจะเกิดเช่นนั้นจริงไก่ต้องได้รับอาหารใดๆที่ไม่มีแคลเซียมเลยเป็นเวลานานหลายๆเืดือน ที่ต้องใช้เวลานานหลายเดือนก็เพราะขบวนการสลายเอาแคลเซี่ยมจากกระดูกไปใช้นี้เกิดขึ้นอย่างช้าๆ จึงเป็นไปไม่ได้ว่าไก่จะขาอ่อนจากการขาดแคลเซี่ยมในช่วงข้ามคืน....

ประการที่สอง สมมุติว่าถ้าไก่ขาอ่อนจากการขาดแคลเซี่ยมจริง เราลองคิดดู แคลเซี่ยมที่ได้ได้รับส่วนใหญ่จะมากับอาหาร แสดงว่าอาหารที่เราให้ไก่อยู่ทุกวันนั้นขาดแคลเซี่ยม และความจริงที่เป็นอยู่คือเราให้อาหารนี้กับไก่ทุกตัวในซุ้มด้วย ดังนั้นไก่ทุกตัวในซุ้ม (หรือไก่หลายๆตัว)ต้องแสดงอาการขาอ่อนด้วย แต่ความจริงคือมีปัญหาแค่ตัวเดียว ดังนั้นจึงไม่ใช่ปัญหาการขาดแคลเซี่ยมอย่างแน่นอน...

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin (panlert001-at-yahoo-dot-com)ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-11 10:49:00 IP : 101.108.21.173


ความเห็นที่ 4 (1464486)

เมิ่อไม่ใช่ปัญหาการขาดแคลเซี่ยมแล้ว ปัญหาเกิดจากสาเหตุใด...

จากหลายๆเคสที่พบ เมื่อดูอาการ ขบวนการเกิดโรค และผลจากการรัษาด้วยยาปฎิชวนะแล้ว การทำให้สรุปได้ว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ส่วนจะเป็นเชื้อตัวไหนนั้นเรามาลองดูกัน

เชื้อที่เข้าข่ายที่อาจก่อให้เกิดอาการในข้างต้นและรวมถึงอาการข้ออักเสบนั้นมีหลายตัว เช่น Enterococcus spp. (หรือ Streptococcus spp.), E.coli , Salmonella spp.และ Staphylococcus spp. จากเชื้อทั้งหมดตัวที่เมื่อเทียบคียงกับเอกสารทางวิชาการและอาการที่พบจริงในไก่ชนของพวกเราแล้ว เชื้อตัวที่น่าจะเป็นสาเหตุมากที่สุดคือ Staphylococcus spp. (หรือเชื้อเดียวกับเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคหน่อ และโรคอุ้งบวม)......ต่อไปเราลองมารู้จักกับเชื้อที่เป็นสาเหตุกันบ้าง 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-11 10:55:56 IP : 101.108.21.173


ความเห็นที่ 5 (1464487)

 เชื้อ Staphylococcus spp. เป็นเชื้อที่จัดอยู่ในกลุ่ม gram + โดยปกติถือว่าเป็น normal flora หรือเชื้อที่พบได้ปกติทั่วไปตามผิวหนังและเยื่อบุต่างๆของไก่โดยไม่ทำให้ไก่ป่วย

การก่อโรคของเชื้อตัวนี้จะมี 2แบบ

1.ก่อโรคเฉพาะที่ โดยจะทำเกิดการอักเสบแบบมีหนอง ที่พบมากและเรารู้จักกันดีคือการเกิดอุ้งบวม และหน่อ

2.เกิดการติดเชื้อผ่านการแสเลือด ถ้าเป็นอย่างเฉียบพลับ ไก่อาจตายโดยไม่แสดงอาการใดๆเลย หรือถ้าไก่ไม่ตายเชื้อจะไปทำให้เกิดการอักเสบที่ข้อขา ทำให้ข้อบวม เจ็บ ยืนและเดินไม่ได้ แบบที่เราพบในเคสที่พูดคุยกันอยู่นี้

ต่อไปเรามาดูขบวนการก่อโรค หรืขบวนการเกิดโรคกันบ้าง

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-11 10:57:37 IP : 101.108.21.173


ความเห็นที่ 6 (1465238)

 ขบวนการก่อโรค

เนื่องจากเชื้อในกลุ่มนี้จะเป็นเชื้อที่อาศัยอยู่บนตัวไก่ และอยู่ในสิ่งแวดล้อมของเล้าอยู่แล้ว(normal flora) เมื่อไก่มีบาดแผล หรือมีช่องทางอื่นใดให้เชื้อเข้าไปในตัวไก่ได้ในช่วงที่ไก่มีความต้านทานโรคต่ำ เช่นไก่เครียดจากการทำเนื้อทำตัว ไก่หลังปล้ำ เมื่อเชื้อเข้าไปในร่างกายแล้ว เชื้อเหล่านั้นจะเพิ่มจำนวนขั้นแรกตรงบริเวณที่เชื้อเข้าไป และเมื่อมีจำนวนมากขึ้นเชื้อก็จะแพร่ไปทางกระแสเลือด ไปยังอวัยวะอื่นๆ จากนั้นเชื้อจะไปเพิ่มจำนวนที่อวัยวะนั้นๆและทำให้เกิดการอักเสบจนเกิดความเสียหายของอวัยวะดังกล่าวตามมา

ในช่วงที่เชื้อแพร่เข้าสู่กระแสเลือดไก่จะมีไข้สูง ทำให้ไก่แสดงอาการขนฟูๆ หน้าไก่จะแดงระเรื่อเหมือนไก่ยังสมบูรณ์อยู่ เมื่อจับตัวไก่ดูจะรู้สึกร้อนผิดปกติ ในระยะนี้ไก่จะยังมีอาการปกติ(นอกเหนือจากการนอน ลุกไม่ขึ้น) ไม่ซึม ซึ่งตรงจุดนี้มักทำให้เราเข้าใจผิดคิดว่าไก่ขาอ่อนจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่การติดเชื้อ

 

อวัยวะสำคัญที่เชื้อมักจะแพร่ไปคือลิ้นหัวใจ และข้อขา

 

ในกรณีที่แพร่ไปที่ลิ้นหัวใจ เชื้อจะทำให้ลิ้นหัวใจอักเสบ ไก่มักจะตายโดยไม่แสดงอาการใดๆให้เห็น ส่วนกรณีที่แพร่ไปที่ข้อเข่า(hock joint) เชื้อจะทำให้ข้อเข่าอักเสบ เมื่อข้ออักเสบ ดูภายนอกมักเห็นข้อบวมเล็กน้อย เมื่อจับดูผิวหนังรอบๆข้อจะรู้สึกนิ่มๆ แต่อาการนี้ถ้าไม่สังเกตจริงๆจะไม่เห็น เมื่อข้ออักเสบไก่จะเจ็บปวด ไม่อยากเดิน จนในที่สุดจะนอนไม่ยอมลุก ขบวนการก่อโรคช่วงนี้จะใช้เวลาสั้นมากๆ ที่พบบ่อยๆไก่จะลงนอนในเวลาแค่ช่วงข้ามคืน

หลังจากนั้นถ้าไก่ยังไม่ได้รับยาฆ่าเชื้อ(ยาปฎิชีวนะ) ที่เหมาะสม อาการไก่จะทรุดลง โดยในวันที่2-3หลังไก่ลงนอน ไก่จะเริ่มซึม กินอาหารน้อยลง จากนั้นจะมีอาการขี้เขียวขี้ขาว และตายในที่สุด มักใช้เวลาไม่เกิน7วัน

 

บางครั้งไก่ติดเชื้อและป่วยจนลงนอน แต่ภายหลังร่างกายไก่เอาชนะเชื้อได้ เชื้อถูกกำจัดหมดไปจากร่างกาย ไก่ไม่ตาย แต่ข้อที่เคยอักเสบถูกทำลายจนผิดปกติ ไม่สามารถยืนได้อีก ในเคสนี้ไก่จะรอดตายจากเชื้อแต่มักจะเสียไก่

แต่ส่วนใหญ่พบว่าคนเลี้ยงจะรักษาไม่ตรงจุดในระยะเริ่มแรก จากนั้นจะหันมาใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่่งตามที่เคยมีประสบการณ์มา หรือจากคำบอกเล่าของพรรคพวก(ตรงกับโรคบ้าง ไม่ตรงกับโรคบ้าง) กรณีเหล่านี้ส่วนใหญ่ไก่จะไม่เป็นผล ส่วนใหญ่ตายหรือเสียไก่ บางส่วนรอดแต่กว่าจะใช้งานได้ต้องปล่อยทอดยา่ว

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-16 10:20:31 IP : 125.24.174.67


ความเห็นที่ 7 (1465261)

 

การวินิจฉัยโรค

 

ก่อนที่เราจะวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องไม่หลงทางเราควรต้องมีสิ่งดังต่อไปนี้ก่อน

 

ประการแรกเลย ก่อนที่เราจะวินิจฉัยว่าไก่ป่วยเป็นอะไรได้ คนเลี้ยงต้องมีความสนใจ ช่างสังเกต ถึงสิ่งปกติและสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นกับไก่ที่เราเลี้ยงอยู่ทุกตัวก่อน ไก่ที่เราคลุกคลีอยู่ทุกวันเราต้องสังเกตุให้รู้ว่าสิ่งใดบ้างที่เป็นปกติ เมื่อเรารู้ว่าปกติเป็นอย่างไรแล้วเราย่อมรู้ถึงสิ่งไม่ปกติที่เกิดขึ้น และเมื่อเรารู้ว่าไก่ของเราผิดปกติแล้วจึงค่อยมาดูต่อว่าผิดปกติจากสาเหตุใด

 

 

ความรู้ ประสบการณ์ ความสนใน และความช่างสังเกตจะทำให้เราเห็นความผิดปกติได้เร็ว ซึ่งความเร็ว-ช้าในการสังเกตเห็นความผิดปกติจะมีผลต่อความสำเร็จในการรักษาโดยตรงโดยเฉพาะในโรคนี้

 

 

ประการที่สอง ทำความเข้าใจใหม่เลยว่า ไม่มีโรคขาดแคลเซี่ยมเฉียบพลันที่ทำให้ไก่ลงนอนจนลุกไม่ขึ้นได้ในช่วงข้ามคืน ถ้าไก่มีอาการดังกล่าวให้มองหาสาเหตุอื่นได้เลย

 

 

จากนั้นจึงมาดูที่ประวัติและอาการ

 

-ไก่นอนลุกไม่ขึ้น เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน(มักเกิดหลังปล้ำ)

-จับตัวดูตัวจะร้อนจัด ขนฟู แต่หน้าแดง อาการทั่วไปดูปกติ นอนจิกของรอบๆตัว ไซ้ขน กินอาหารได้

 

-เป็นตัวเดียวในฝูง ตัวที่ครอบอยู่ข้างๆไม่มีอาการดังกล่าว

 

***เมื่อพบอาการดังกล่าวให้รีบรักษาทันที เพราะถ้าปล่อยไว้ให้นอนหลายวันหรือจนขี้เริ่มมีสีเขียว-ขาวแล้ว ถ้ารักษาหายไก่จะต้องพักฟื้นนานกว่าจะกลับมาเข้าที่

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin วันที่ตอบ 2012-01-16 11:50:17 IP : 125.24.174.67


ความเห็นที่ 8 (1465622)

 การรักษา

สำหรับโรคนี้ ตัวแปรขั้นแรกที่สำคัญต่อความสำเร็จในการรักษา รวมถึงความเร็วในการพื้นตัวของไก่คือความเร็วในการเริ่มรักษา พบว่าถ้าเราสังเกตเห็นอาการเร็วและเริ่มให้ยาตั้งแต่วันแรกๆ ไก่จะหายป่วยและฟื้นตัวได้เร็ว หลังหายไม่ต้องปล่อยทอดนาน

การรักษาหลักๆควรทำสองอย่างควบคู่กันไปจึงจะได้ผลดี คือการรักษาตามอาการเพื่อลดการอักเสบของข้อขาด้วยยาลดอักเสบ และการรักษาที่สาเหตุเพื่อกำจัดเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคด้วยยาปฎิชีวนะ

สำหรับยาปฎิชีวนะที่ใช้ได้ผลดีจะมีหลายตัวเช่น ด๊อกซี่ไซคลิน(แค็ปซูล),อ๊อกซี่เตต้าไซคลิน(แบบฉีด) นอร์ฟล๊อกซาซิน (แบบเม็ด))และเอ็นโรฟล็อกซาซิน(แบบละลายน้ำกิน) ตัวใดตัวหนึ่งตามความเหมาะสม

ขนาดยาที่ใช้ ในไก่น้ำหนัก 2.5-3โล (โดยประมาณ)

ด๊อกซี่ไซคลิน ชนิดแค็ปซูล 100 มิลลิกรัม ป้อนให้กินวันละเม็ด ติดต่อกัน5-7วัน

อ๊อกซี่เตต้าไซคลิน ชนิดฉีด เข้มข้น 100 มิลลิกรัม/ซีซี ฉีดเข้ากล้ามเนื้อหน้าอก0.5-1ซีซี ติดต่อกัน 3-5วัน ควรฉีดสลับที่หน้าอกด้านซ้าย-ขวา

เอ็นโรฟล๊อกซาซิน ชนิดน้ำ เข้มข้น 10% ป้อนให้ไก่กิน 0.5ซีซี วันละครั้ง ติดต่อกัน5-7วัน ถ้าเป็นยาที่เข้มข้น 20% ให้ลดปริมาณยาลงมาครึ่งหนึ่ง

นอร์ฟล๊อกซาซิน ชนิดเม็ด ขนาด 100 มิลลิกรัม ให้กิน วันละเม็ด ติดต่อกัน5-7วัน (ถ้าเม็ดขนาด 200 และ 400มิลลิกร้มต้องลดขนาดยาลงมาตามสัดส่วน)

การรักษา ให้ใช้ยาปฎิชีวนะดังกล่าวข้างบน ตัวใดตัวหนึ่ง ตามวิธีการให้และขนาดที่ระบุไว้ ร่วมกับการฉีด เด็กซ่าเมทาโซน 0.5-1ซีซี(ชื่อการค้า เด๊กซ่อน-เอ:Dexon-A) เข้ากล้ามเนื้ออก วันละครั้ง ติดต่อกันจนกว่าไก่จะยืนได้โดยไม่แสดงอาการเจ็บ (ไม่ควรเกิน7วัน)

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-18 09:04:26 IP : 125.24.174.149


ความเห็นที่ 9 (1465624)

การรักษา(ต่อ) 

โดยปกติเมื่อเราให้ยาในวันแรกที่เห็นอาการไก่ลงนอน (โดยที่อาการทั่วๆไปยังปกติดีอยู่นั้น) วันรุ่งขึ้นไก่จะเริ่มยืนได้ แต่อาจจะยืนได้ไม่นานแล้วลงนอนอีก จากนั้นอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆในวันที่สองและสามของการให้ยา หลังจากนั้นเมื่อไก่ไม่แสดงอาการเจ็บข้อขาใดๆให้เห็นแล้ว ให้หยุดยาเด๊กซ่าเมทาโซน แต่ยังคงให้ยาปฎิชีวนะต่อไปอีกจนครบ5วัน หรือ7วันเพื่อฆ่าเชื้อที่เป็นสาเหตุให้หมดไปจากร่างกาย เมื่อไก่หายขาดแล้วให้พักไก่ไว้อย่างน้อย10วันจึงเริ่มออกกำลังกายเบาๆเพื่อดูว่าไก่พร้อมเลี้ยง ทำตัวต่อหรือไม่ ถ้าไก่แสดงอาการขาอ่อนให้เห็นระหว่างการออกกำลังกาย ให้พักไก่ต่อไปอีกจนกว่าอาการขาอ่อนจะหายไป จากนั้นจึงเริ่มทำตัวจริงจังต่อไปได้

ส่วนในกรณี ถ้าเราเริ่มรักษาเมื่อไก่ลงนอนได้หลายวันแล้ว และยิ่งมีอาการขี้เขียวขี้ขาวให้เห็นการรักษาที่จะให้หายและนำกลับมาใช้งานใหม่ได้จะยิ่งลำบากมากขึ้น เมื่อหายแล้วไก่ต้องพักฟื้นนานขึ้น จะต้องพักนานเท่าไหร่แล้วแต่ความหนักเบาของแต่ละตัว เช่นถ้าไก่ผ่านอาการหนักมากๆมาจนผอมแห้ง โทรม น้ำหนักหายไปเยอะส่วนใหญ่ต้องปล่อยนานๆหรือปล่อยข้ามปีจึงอาจนำมาเล่นได้

สำหรับถ้าเป็นกรณีตัวรัก หรือตัวเก่งจริงๆที่รอดตายจากเชื้อแล้วแต่ความเสียหายที่ข้อยังคงมีอยู่ ไก่ไม่สามารถลุกยืนได้ แต่กินน้ำกินอาหารได้ตามปกติ เจ้าของแค่ต้องการเป็นพ่อพันธุ์เท่านั้นก็พอใจแล้ว กรณีอย่างนี้ต้องใจเย็นๆ ใช้เวลา และการเอาใจใส่ดูแลเรื่องอาหารน้ำอย่าให้ขาด และที่สำคัญอีกเรื่องคือเรื่องพื้นที่ให้ไก่นอน พบว่าถ้าครอบไว้บนพื้นทรายหนาๆจะช่วยเรื่องการกระจายน้ำหนักของตัวไก่ทำให้ลดการกดทับของน้ำหนักตัวที่ข้อขา ผลคือไก่มีโอกาสหาย(กลับมาลุกขึ้นเดินได้ใหม่)มากขึ้น

สำหรับกรณีอื่นๆที่อาจมีข้อปลีกย่อยแตกต่างกันไปบ้าง การรักษา การดูแลจึงมีรายละเอียดไม่เหมือนกันทีเดียว แต่หลักใหญ่ๆยังคงเหมือนกันคือเพื่อลดการอักเสบที่ข้อและการกำจัดเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรค ดังนั้นท่านใดที่ทำหลักๆทั้งสองอย่างครบแล้วแต่เห็นว่ามีสิ่งอื่นๆที่ควรทำเพิ่มก็ทำได้ถ้าเป็นผลดีไม่มีผลเสียต่อตัวสัตว์

หมายเหตุ

1.สำหรับอาการไก่นอนไม่ยอมลุกนี้(ข้ออักเสบ) นอกจากมีสาเหตุจากเชื้อ Staphylococcus spp. แล้วยังมีเชื้อตัวอื่นอีกที่ทำให้เกิดอาการ (ข้ออักเสบ) คล้ายๆกันนี้ได้ เช่นเชื้อ Streptococcus spp. เชื้อ E. coli และ เชื้อ Salmonella synoviae โดยจะมีรายละเอียดของโรคบางอย่างที่แตกต่างกันออกไป เช่น ความเร็วในการก่อโรค จำนวนตัวป่วยในฝูง การแพร่กระจายไปยังตัวอื่นๆ การตอบสนองต่อยาปฎิชีวนะ ฯลฯ

2.สำหรับตัวยาที่ใช้รักษานั้นยังมียาอีกหลายตัวที่ตามเอกสารระบุว่าสามารถใช้ได้ แต่ยาที่ยกตัวอย่างมาเป็นยาที่ผู้เขียนเคยใช้อยู่และได้ผลดี ดังนั้นท่านใดที่เคยใช้ยาชนิดอื่นอยู่และได้ผลดีก็แนะน้ำให้ใช้ตัวเดิมต่อไป

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-18 09:15:35 IP : 125.24.174.149


ความเห็นที่ 10 (1465656)

ปล. สำหรับการรักษาในกรณีปลีกย่อยที่แตกต่างกันออกไปเป็นรายๆ จะนำมาพูดคุยต่อในภายหน้านะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-18 12:33:07 IP : 125.24.174.149


ความเห็นที่ 11 (1511219)

 ตัวยาที่แนะนำเป็นยาที่หาซื้อตามร้านขายยา(คน) ทั่วๆ ไปหรือว่ามีขายเฉพาะร้านขายยาสัตว์ ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น PHAK (modern_love_29-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-07-24 22:23:25 IP : 223.206.226.244


ความเห็นที่ 12 (1511276)

 ตัวด๊อดซี่ 100 มิลลิกรัม หาซื้อได้ตามร้านขายยาคนทั่วไป    ส่วนตัวอืนๆหาซื้อได้ตามร้านยาสัตว์ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น dumrongsak วันที่ตอบ 2012-07-25 08:20:55 IP : 125.24.161.20


ความเห็นที่ 13 (1521540)

  cctv host กล้องวงจรปิด hosting

ผู้แสดงความคิดเห็น cctv วันที่ตอบ 2012-08-29 11:30:22 IP : 122.155.36.222


ความเห็นที่ 14 (2930245)

ขายสุนัข เว็บขายสุนัข http://www.thaidogs.net

ผู้แสดงความคิดเห็น thaidogs (x-at-x-dot-com)วันที่ตอบ 2012-12-20 02:34:28 IP : 14.207.215.92



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2011 All Rights Reserved.