ReadyPlanet.com
dot dot dot
dot
dot
dot
dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


dot
Biosecurity สำหรับไก่ชน

ลองมาดูเนื้อหาของBiosecurity ในไก่ชนของเรากันบ้าง ในที่นี้จะขอเทียบเคียงกับBiosecurity ของฟาร์มไก่ธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นไก่ชนิดเดียวกัน แตกต่างเพียงแค่ รูปร่างภายนอก วัตถุประสงค์ของสายพันธุ์และวิธีการเลี้ยง ส่วนเรื่องโรคภัยไข้เจ็บนั้นเป็นได้คล้ายๆกัน(ต่างกันบ้างตรงที่ไก่ชนของเราต้านทานโรคหลายๆโรคได้มากกว่า)

สำหรับมาตรการที่สำคัญๆของ biosecurity มีดังนี้

1.เลือกสถานที่เลี้ยงให้ห่างไกลจากชุมชน หรือผู้เลี้ยงรายอื่น เพื่อลดโอกาสที่ไก่ของเราจะได้รับเชื้อจากภายนอก

 

สำหรับข้อนี้จำเป็นมากสำหรับฟาร์มไก่ธุรกิจต่างๆ เนื่องจากข้อบังคับต่างๆของชุมชนและเนื่องจากไก่ที่เลี้ยงมีจำนวนมากและเป็นไก่ที่มีความแข็งแรงตามธรรมชาติต่ำ ความต้านทานต่อโรคต่างๆต่ำกว่าไก่ชนของเรามาก ประกอบกับมูลค่าทางธุรกิจของฟาร์มหนึ่งๆมีสูง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดความเสี่ยงในการติดเชื้อให้เหลือน้อยที่สุด การเลือกทำเลที่ห่างไกลชุมชนจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก

 

 

ส่วนในไก่ชนนั้นผู้เลี้ยงส่วนใหญ่เลี้ยงเล่นกันเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ เลี้ยงไก่จำนวนน้อย และเลี้ยงแบบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ดังนั้นการเลี้ยงไก่ชนเกือบทั้งหมดจึงนิยมเลี้ยงกันตามบ้าน ดัดแปลงต่อเติมสถานที่เลี้ยงแบบตามมีตามเกิด ตามความเหมาะสมของพื้นที่เดิม ไก่ชนจึงกระจายอยู่ในทุกๆชุมชน ทุกๆหมู่บ้าน มากหรือน้อยขึ้นกับความนิยมของแต่ละท้องถิ่น ทำให้การควมคุมโรคในไก่ชนทำได้ยาก ความเสี่ยงในการติดเชื้อเมื่อมีโรคระบาดจึงสูง ยิ่งประกอบกับการสนับสนุนด้านความรู้ที่ถูกต้อง และเหมาะสมในการป้องกันโรคจากภาครัฐยังมีไม่เพียงพอ ทำให้การระบาดของโรค(นิวคาสเซิ่ล)ยังคงเป็นปัญหาหลักของไก่ชนอยู่จนทุกวันนี้

 

สำหรับในอนาคตถ้ามีคนนิยมเลี้ยงไก่ชนมากขึ้น ตัวไก่มีมูลค่าสูงขึ้น และสายพันธุ์ถูกพัฒนาขึ้นจนมีคุณค่าจูงใจให้ผู้พัฒนาคิดที่จะรักษาสายพันธุ์นั้นไว้อย่างจริงจัง เราคงได้เห็นการทำฟาร์มไก่ชนที่เป็นรูปแบบฟาร์มที่ได้มาตรฐานมากขึ้น

 

 

เล้า evap ขนาดใหญ่ เลี้ยงไก่เนื้อได้ 50000ตัว/เล้า

 

บริเวณต่างๆภายในฟาร์มถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในเรื่องความเป็นระเบียบและความสะอาด

 

สภาพแวดล้อมภายในโรงเรือนถูกควมคุมให้เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวไก่ในแต่ละช่วงอายุ

 

ความหนาแน่นเมื่ออายุ35วัน ปริมาณไก่ขนาดนี้ถ้ามีปัญหาเรื่องโรคระบาดเกิดขึ้น ความสูญเสียคงไม่ต้องพูดถึง

 

2.มีรั้วรอบขอบชิด  เพื่อป้องกันการเข้าออกของคนและสัตว์ที่ไม่พึงประสงค์ เพราะสองสิ่งนี้อาจจะเป็นพาหะนำเชื้อเข้ามา

 

ปัจจุบันพบว่าผู้เลี้ยงไก่ชนจำนวนมากพัฒนาตรงส่วนนี้ได้ดีมากขึ้น แต่จะมีจุดอ่อนบ้างตรงเรื่องการควบคุมคนที่เข้าซุ้มเพราะชาวไก่ชนมีเพื่อนฝูงมากมาย การมีไก่เก่งและมีเพื่อนฝูงรู้ใจมาพูดคุยเป็นความสุขแท้ๆของชาวไก่ชน...

 

 

3.มีเล้าที่ดี และเพียงพอ เล้าต้องไม่มีช่องให้ไก่หนีออกไปภายนอกได้ สามารถกักขังไก่ในช่วงที่มีการระบาดของโรคได้ นอกจากนี้จะต้องมีเล้าพอที่จะแบ่งพ่อแม่พันธุ์-ลูกไก่ ไก่รุ่น-ไก่หนุ่ม และไก่เลี้ยงชนออกจากกันได้ เล้าที่ดีและพอเพียงจะมีประโยชน์ในป้องกัน การควบคุมและจำกัดการแพร่โรคในซุ้ม/ฟาร์มของเราเมื่อมีการระบาดเกิดขึ้น

 

 

....สำหรับข้อนี้จะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความหนาแน่นของไก่ในพื้นที่เลี้ยงของเรา การเลี้ยงไก่ให้เหมาะกับอุปกรณ์และสถานที่จะช่วยลดปัญหาสุ่มและเล้าไม่พอได้อย่างดี และนอกจากนี้ไก่ที่เลี้ยงแบบสบายๆ ไม่หนาแน่นและเป็นสัดส่วนจะแข็งแรงไม่ป่วยเป็นโรคง่ายๆ

 

4.มีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อรถและคนที่ทางเข้าออก/เปลี่ยนรองเท้า เปลื่ยนชุดผู้เข้าเยี่ยมชมและคนเลี้ยง เพื่อฆ่าทำลายเชื้อที่อาจติดมากับพาหะดังกล่าว เป็นการลดความเสี่ยงที่ดีมากๆวิธีการหนึ่งของมาตรการ biosecurity

 

สำหรับในข้อนี้ในไก่ชนของเราคงทำได้ยากมากๆ ในทางปฎิบัติขอแค่เพิ่มความเข้มงวดให้มากหน่อยในช่วงที่มีโรคระบาดในพื้นที่ และในส่วนที่เราทำได้และควรทำเป็นประจำคือการทำความสะอาด-พ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณเลี้ยงทั้งหมดเป็นประจำทุกๆสัปดาห์(จะถี่-ห่างกว่านี้แล้วแต่ความสะดวกแต่ถ้าทำได้บ่อยๆยิ่งดี)

 

5.ทำคสามสะอาดภาชนะให้อาหาร+น้ำเป็นประจำ ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณเลี้ยง และเก็บกวาดมูลและของเสียต่างๆเป็นประจำ เพื่อลดจำนวนเชื้อที่เล็ดลอดเข้ามาได้

 

6.การควบคุมการเข้าออกของตัวไก่ในซุ้ม/ฟาร์ม สำหรับในไก่ชนจะแตกต่างกับฟาร์มไก่ธุรกิจอีกอย่างตรงที่ ฟาร์ม/ซุ้มไก่ชนจะมีไก่เข้า-ออกซุ้มอยู่เป็นประจำ (บ่อยกว่าไก่ธุรกิจมากๆ) การเข้า-ออกที่สำคัญคือการนำไก่เข้าซุ้ม และการปล้ำไก่

 

 

การนำไก่ใหม่เข้าจากแหล่งอื่นเข้าซุ้มจะต้องมี การกักโรค เหมือนกับที่ทำในสัตว์เศรฐกิจชนิดอื่นๆสำหรับในไก่ชนของเรา ทำได้โดยแยกขังหรือแยกเลี้ยงไก่ใหม่ในบริเวณที่แยกส่วนจากไก่ในฝูง เป็นเวลาอย่างน้อย 10-14 วัน ละลายยาปฎิชีวนะและวิตามินให้ไก่กิน 5-7วัน เพื่อฆ่าตัดตอนเชื้อโรคที่อาจติดมา จากนั้นหยุดยาและเฝ้าดูอาการต่อจนครบ 10-14 วัน เมื่อแน่ใจว่าไก่ไม่มีอาการป่วยใดๆจึงนำเข้าเลี้ยงรวมกับไก่ในฝูง

 

การปล้ำไก่ การนำไก่ออกปล้ำนอกซุ้มและการนำไก่นอกมาปล้ำในซุ้ม จะต้องระมัดระวังอย่างมากหรืองดปล้ำในช่วงที่มีข่าวโรคระบาดโดยเฉพาะในระแวกใกล้เคียง

สำหรับหัวข้อการปล้ำไก่นี้เป็นเรื่องที่ทำยากมากที่สุดข้อหนึ่งของ มาตรการ biosecurityในไก่ชน เนื่องจากการเตรียมไก่ออกชนจำเป็นต้องมีการปล้ำซ้อมอยู่เป็นประจำ และต้องมีความหลากหลายของคู่ปล้ำ การปล้ำนอกซุ้มหรือการเอาไก่นอกมาปล้ำในซุ้มจึงจำเป็นต้องมี

 

และในเมื่อเราหลีกเลี่ยงเรื่องการปล้ำไก่ไม่ได้ เราก็ควรมีวิธีการทำเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น โดยขอแนะนำเป็นข้อๆดังนี้

 

1.งดปล้ำนอกซุ้มหรือเอาไก่มาปล้ำในซุ้มเมื่อมีข่าวการตายหรือมีการระบาดของโรคในบริเวณใกล้เคียงจนกว่าการตายจะสงบลงจริงๆ ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนๆ สำหรับข้อนี้ซุ้มเล็กๆที่เลี้ยงไก่จำนวนน้อยจะมีปัญหาเรื่องการหาคู่ปล้ำซ้อม ส่วนซุ้มใหญ่ที่มีไก่เลี้ยงและไก่นวมจำนวนมากจะไม่มีปัญหาการหาคู่ปล้ำ

2.ควรจัดบริเวณปล้ำไก่แยกออกจากบริเวณเลี้ยงไก่ของเรา ไก่และคนที่เข้ามาปล้ำไม่ควรให้เข้ามาในบริเวณที่ขังไก่เลี้ยงของเรา หลังปล้ำไก่แล้วต้องเก็บกวาดขี้ไก่ ขน และเศษขยะต่างๆ พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ให้ทั่วบริเวณ ขยะทั้งหมดที่รวบรวมได้ต้องกำจัดให้หมด

3.ปล้ำไก่ให้พอแก่การณ์ ปล้ำแล้วให้เกิดผลดีกับตัวไก่ ไม่ปล้ำหนักเกินไก่จนเป็นผลเสียกับตัวไก่เพราะไก่ที่บาดเจ็บจะติดโรคได้ง่าย

4.ไก่ที่ปล้ำแล้วเราต้องดูแลรักษา และบำรุงอย่างดี เพื่อให้ไก่อยู่ในสภาพแข็งแรงอยู่ตลอดเวลา ไก่ที่แข็งแรงจะมีภูมิคุ้มกันต่อโรคดีกว่าไก่ไม่สมบูรณ์

หมายเหตุ มาตรการต่างๆที่กล่าวมาบางข้ออาจเป็นเรื่องที่ทำยากมากๆ หรือทำไม่ได้เลยสำหรับบางท่าน บางข้ออาจเป็นเรื่องที่ง่ายลงมา สำหรับในไก่ชนเราต้องยอมรับกันว่ายังมีหลายเรื่องที่เป็นข้อจำกัดอยู่อีกมาก การจะกำหนดให้ต้องทำครบทุกข้อนั้นคงเป็นไปไม่ได้...แต่ถ้าถามว่าแล้วข้อไหนบ้างที่ควรทำ? ตรงนี้ขอตอบแบบกว้างๆว่า ให้ยึดหลักตามนี้.....พยายามทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ทำบ้างยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย..แต่ถ้าเราทำดีที่สุดแล้วไก่ก็ยังป่วยตาย ทีนี้เราคงต้องใช้วิธีสุดท้ายคือ"ทำใจ"ครับ!!

 

Thaitopline.com

 

 




สาระน่ารู้...ไก่ชน...

สถานการณ์หวัดนกของบ้านเรา ..อดีต ..ปัจจุบัน.. อนาคต
หวัดนก ภัยมืดไก่ชนไทย
ใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด...ตอน2
ใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด...ตอน1
จะทำอย่างไร...ไม่ให้ไก่ป็นโรค



Copyright © 2011 All Rights Reserved.

Thaitopline.com
Tel : 086-5115420